โวยหนัก! เบนเซม่า ลั่นไม่พอใจที่ ผจก ตราไก่ ปลดชื่อชวดทีมชาติเพราะเรื่องผิว

คาริม เบนเซม่า กองหน้าชาวฝรั่งเศสของทีม เรอัล มาดริด ออกมาเปิดเผยว่าสาเหตุที่เขาไม่ได้รับโอกาสติดทีมชาติลุยศึก ยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ เนื่องจากเหตุเหยียดผิวในประเทศ

คาริม เบนเซม่า ไม่พอใจกับการติดสินใจของผู้จัดการทีมตราไก่ที่ทำให้เขาชวดทีมชาติลุยศึก ยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพเนื่องจากเขามีเชื้อสายแอลจีเรีย และเชื่อว่า ดิดิเยร์ เดส์ช็องก์ ผู้จัดการทีมตราไก่ถูกกดดันจากกระแสเหยียดผิวในประเทศ

คาริม เบนเซม่า

เบนเซม่า ให้สัมภาษณ์เรื่องเหยียดผิวดังกล่าวกับนิตยสารของสเปนเพียง 9 วัน ก่อนที่การแข่งขันยูโร 2016 รอบสุดท้ายจะเปิดฉากขึ้นซึ่งคล้องจองกับที่ อีริค คันโตนา ตำนานนักเตะชาวฝรั่งเศสเคยกล่าวหาเดส์ช็องก์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ละเลยที่จะเรียกนักเตะอย่างเบนเซมารวมถึงนักเตะคนอื่นที่มีเชื้อสายแอฟริกันเหนืออย่าง ฮาเทม เบน อาร์กฟา เนื่องจากเหตุผลทางด้านเชื้อชาติ

อย่างไรก็ตาม ทนายความของ ดิดิเยร์ เดส์ช็องก์ ออกมาเปิดเผยว่าเขามีแผนที่จะฟ้องร้องคันโตนากับการกล่าวหาดังกล่าวที่ทำให้เดสช็องก์เสียหายทั้งคันโตนาและเดสช็องก์นั้นต่างเป็นคู่อริกันมายาวนานนับตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 1990 หลังจากที่เดสช็องก์เข้าไปรับหน้าที่กัปตันทีมชาติฝรั่งเศสแทนคันโตนา และสามารถพาทีมคว้าแชมป์โลกปี 1998 และแชมป์ยุโรปในปี 2000

เบนเซมานั้นกำลังอยู่ในกระบวนการสืบสาวคดีมีส่วนร่วมแบล็กเมล์เซ็กซ์เทปเพื่อนร่วมชาติอย่าง มาติเยอ วัลบูเอนา และเป็นข้ออ้างของ มานูเอล วอลล์ส นายกรัฐมนตรีของประเทศฝรั่งเศสออกมากล่าวว่าทำให้สภาพร่างกายของเขาไม่สมบูรณ์เพียงพอที่จะเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสแต่เบนเซมาเชื่อว่ามันเป็นเรื่องทางการเมืองที่ทำให้เขาไม่มีชื่อติดทีม

“พวกเขาบอกไว้ก่อนแล้วว่าจะไม่เรียกชื่อผมเข้าไปติดทีมแต่หากมองในแง่ของกีฬาแล้วผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเพราะในความเป็นจริงในเรื่องคดีที่เกิดขึ้นนั้นยังไม่มีการตัดสินแต่อย่างใด ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่มีความผิดอะไร” เบนเซมาให้สัมภาษณ์กับมาร์กาของสเปน

กองหน้าของราชันชุดขาวยังกล่าวต่ออีกว่า “เดสช็องก์ต้องก้มหัวยอมต่อกระแสการเหยียดผิวในประเทศฝรั่งเศสผมไม่รู้ว่ามันเป็นการตัดสินใจของดิดิเยร์เพียงคนเดียวหรือเปล่าเพราะผมก็อยู่กับเขา รวมถึงประธานสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสและทุกๆ คน”

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ส่อหมดอนาคต! เบนเซม่า อนาคตดับเพราะแบล็กเมล์

ส่อแววหมดอนาคตในวงการลูกหนังเอาได้ง่ายๆ สำหรับ คาริม เบนเซม่า ดาวยิงชาวฝรั่งเศส ที่ยอมรับสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับคดีการใช้เซ็กซ์เทป แบล็กเมล์ เพื่อนร่วมทีมขาติฝรั่งเศสอย่าง มาติเยอ วัลบูเอน่า

คาริม เบนเซม่า

คาริม เบนเซม่า ดาวยิงเลือดน้ำหอมของ เรอัล มาดริด มหาเศรษฐีจากเวที ลา ลีกา สเปน เข้ามอบตัวกับตำรวจในฝรั่งเศสเมื่อวันพุธ และได้ถูกจำคุกที่สถานีตำรวจในแวร์ซายส์ 1 คืน ก่อนขึ้นศาลในช่วงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ล่าสุด “บีบีซี” สื่อดังของอังกฤษ ตีข่าวว่า เบนเซม่า ยอมรับกับ ผู้พิพากษา ว่า ได้เข้าไปมีส่วนรู้เห็นกับในเรื่องเซ็กซ์เทปเพื่อแบล็คเมล์วัลบูเอน่า เพื่อต้องการได้เงิน 150,000 ยูโร หรือ 5.85 ล้านบาท ตามคำชวนของเพื่อน รวมทั้งสิ้น 3 คนที่มีเทปลับไว้ในครอบครอง โดยมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงที่ เบนเซม่า พูดกับพวกในเรื่องคดีนี้ ซึ่งหาก ศูนย์หน้า เรอัล มาดริด มีความผิดจริงจะถูกลงโทษจำคุกเป็นเวลา 5 ปี อย่างไรก็ตาม
มาร์ก้า สื่อในสเปนรายงานว่า ล่าสุด กองหน้าวัย 27 ปี ได้รับการปล่อยตัวกลับไปยังกรุงมาดริดแล้ว

“แน่นอนว่าผมรู้สึกผิดหวัง(กับเบนเซมา)” วัลบูเอนา เปิดใจกับ Le Monde
“(คำพูดของเขา)แสดงให้เห็นว่าไม่มีความเคารพกันเลย ก่อนหน้านี้ผมเป็นห่วงเขามากๆ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเขาทำให้ผมเป็นคนโง่”
“ผู้คนมากมายพยายามทำลายผม แต่ผมก็อยู่เหนือพวกเขามาตลอด”
“ผมป้องกันสิ่งเหล่านั้น(การแบล็คเมล)ไม่ได้ ผมจะไม่มีวันทำแบบนั้นกับใครเด็ดขาดต่อให้เป็นศัตรูตัวฉกาจของผมก็เถอะ”
“ผมไม่เคยจินตนาการเลยว่า คาริม เบนเซมา มีส่วนเกี่ยวข้องในครั้งแรกที่มีการเปิดโปงเรื่องนี้”
“พนักงานสอบสวนไม่รอช้าที่จะค้นหาสิ่งที่คาริมพูดกับผมเพื่อตรวจสอบ”
“ยิ่งกว่านั้นตำรวจยังบอกกับผมว่า อย่ากังวลไป เราไม่จำเป็นต้องเอาคำให้การจากนาย”
“ผมผิดหวังมากจริงๆ(กับคาริม) เมื่อพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรามันไม่ใช่สิ่งที่จริงใจเหมือนอย่างที่เขาบอก”

โดยกลุ่มนี้ที่กระทำการในครั้งนี้ วางแผนใช้เซ็กซ์เทปเพื่อแบล็คเมล์ วัลบูเอน่า เพื่อต้องการได้เงิน 150,000 ยูโร หรือ 5.85 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่เผยแพร่ต่อธารกำนัน แต่ วัลบูเอน่า รีบไปแจ้งความทันที หลังจาได้รับโทรศัพท์ข่มขู่ จนกระทั่งมีการตามจับกุมผู้มีส่วนร่วมได้ แต่ยังดีที่ เบนเซม่า รอดคุกมาได้แต่ก็หมดอนาคตกับทีมชาติฝรั่งเศส นับแต่บัดนั้น